ไปหน้าหลัก

Questions & Answers | ปุจฉาวิสัชนา ........Q&A 01


| Under Construction ||| Under Construction |


ลำนำทองผาภูมิตะวันตก

ณ ถิ่นหนึ่งแดนปัศจิมวนภูแห่งแคว้นปุราณวิเทศนาม “Camburi” [001]
ยล “เขาน้ำโจน” ผาดโผนพุ่งผุดทะยานเริ่มซึ่งหมุดขอบแห่งจอมไศล [002]
“เขาเยน” แผกโดดเด่นดูสุดตระหง่านอันแนวปราการหลากภูผาตั้ง [003]
แล้วตามชิดติดด้วยเชิงชันคือทิว “เขาท่าขนุน” แลละลิ่วสูงเลิศฟ้า [004]
ที่ตั้งถัดไกลจนสุดลับตาคือ “เขาพุถ่อง” คู่ “บึงน้ำทิพย์-ต้นไม้ยักษ์” [005]
บรรพศิลา “ยุคเพอร์เมียน” 299-251 ล้านปี “มหายุคพาลีโอโซอิก” [006]
หลักฐานธรณีแปรสัณฐานอดีตสมุทรภูมิสู่ปัจจุบันคีรีกันทรสถาลดร
สุดพิศวงก่อเกิด “Karst” สถานวรรณนสถิตคูหาชลากรลาสกไศล [008]
อู่กำเนิดนิเวศระบบ “พุปุราชินี-พุหนองปลิง” ที่ควรคู่กับการอนุรักษ์ [009]
ล้ำเลอคุณค่าสรรพสิริทรัพยากรพัทธชีวมณฑล “Biodiversity” [010]
แอ่งชีวิตหลอมรวมกอปรทวีด้วยเอกลักษณ์ “ทองผาภูมิตะวันตก” [011]
ณ ที่แหล่งนี้พบครั้งแรกวนปุษปวงศ์กระดังงา “นมแดงทองผาภูมิ” [012]
ยังอีกครั้งแรก “2 แมลงชีปะขาว” ไม่ปรากฏก่อนหน้าในวงวิชาการ [013]
“ไรน้ำนางฟ้าไทย ไรน้ำนางฟ้าสิรินธร" 2 ไรน้ำนางฟ้าแห่งห้วยเขย่ง [014]
วนวิศุทธดรรชนี “มวนฯ แมลงน้ำ ริ้นดำ สโตนฟลาย เฟิร์นใบบาง” [015]
มี “ผีเสื้อหนอนม้วนใบ ผึ้งบ้าน นานาชนิดชันโรง อีกแมงมุมใยกลม” [016]
“ไบรโอไฟต์ ไรน้ำ สาหร่ายสีแดงน้ำจืด สาหร่ายระบบนิเวศน้ำไหล” [017]
“วอเตอร์บัค ไรฝุ่น ชุมชนหอยทากบก จุลินทรีย์ มากมายนทีมัตสย” [018]
น่าพิศวง “สังคมมด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก อีกนานาทิชากรพันธุ์” [019]
ยังสัตว์เสี่ยงสูญพันธ์ “ค้างคาวกิตติ” ฐานถิ่นคูหากรรกรปรรวดียภูมิ [020]
“ปูราชินี” รานีทองผาภูมิตะวันตกมีมหาปุษปดุจเขมวดี "ผีเสื้อน้อย” [021]
หลายหลากวนพืชพรรณ “ขิง เข็ม ถั่ว ไผ่ หญ้า เฟิร์น” ค่าควรศึกษา [022]
แหล่งเรียนรู้บรรพชีวินฟอสซิลหอย “แบรคิโอพอด” ร่วมยุคไดโนซอร์ [023]
บรรจุสนิทมีหลายชั้นมฤทากรรกรศิลา “ยุคไทรแอสซิก” ที่ “เขานิซา”
แล้วยังหมู่หัสดินน้อยใหญ่ยาตราเพลินกายใจใน “สวนป่าทองผาภูมิ” [025]
แดนดินถิ่นที่เหล่าทวิรทวรัชยา “เทือกเขาตะนาวศรี” ยิ่งคุณวิศิษฏดา [026]
คลุมปรกสุดอธิมาตรแนวผืนป่าอันอุดมทั้งแผ่นดินไทยและเมียนมา
อัครคุณนานาประการสู่มนุษย์ภูริศัสชีวนพันธุ์ในชิวิกามณฑลที่แห่งนี้
มีหมายปฤถวีที่ “ผาอ้น” ปุราณมฤตติกามรรคาทัพพม่ามุ่งพิชัยศึก [029]
เป็นหนึ่งคชวิถีลัดร่นบูรพคีรีปราการเชื่อม “ห้วยเขย่ง” สู่ “ปรังกาสี”
ที่ถิ่นเดิมห้วยเขย่งครามิกชนล้วนคชาชีวพลคชปาลเพื่อชักลากไม้ [031]
เป็นอู่กำเนิด “แม่น้ำน้อย” ไหลเรียงเรื่อยรวม “แควน้อย” ถิ่นไทรโยค [032]
หนึ่งฐานแห่งวัฒนธรรม “ฮัวบินห์-แฟงนอย" มีมาก่อนประวัติศาสตร์ [033]
ถิ่นนานาชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง มอญ ไทย ลาว พม่า ขมุ กุรข่า ทวาย [034]
คือถิ่นสถานอันจำเดิม “ปิล๊อก-ประจำไม้-ท่าขนุน” มุ่งยัง "แควน้อย” [035]
นทีนำเนื่องในปุรำแห่งรอยอารยธรรม “ฟูนัน-ทวารวดี-ขแมร์-ละโว้” [036]
ถิ่นปูรวสีมา “ท่าขนุน-ปิล๊อก-โบอ่อง” โปราณคีรีทวารสู่ "อันดามัน” [037]
ปุราณปถก่อนอโยธยาจนล่วงมา “ศึกเก้าทัพ-ท่าดินแดง-สามสบ” [038]
ปรพลพม่ารุดเร่งปริยาติอัสดคีรีด้วยอนุยุทธมรรคา “คลองปิล๊อก” [039]
แล้วลัด “ผาอ้น” ร่วมมหาเสนาชลมารคแควน้อยสู่ “เมืองไทรโยค”
“โบอ่อง” ประจักษ์ปุราณครามบนกรรปาสราชภูปฏต้นรัตนโกสินทร์ [041]
ปรากฎอลิปริยวาปีมีมหาศิลามัธยสถิตประดิษฐานซึ่ง “เจดีย์บุอ่อง”
ล้วนล้อมกอปรด้วยทุรคาภูมิประเทศถิ่นสถานดำรงแห่ง “เขาช้างพี”
คงมั่นในหลักฐานอันใบเสมาวาลุกาศิลาร่องรอยศิลปแห่งถิ่นอโยธยา [044]
อีกหนึ่งฆัณฏา “เจ้าจอมสมบูรณ์” สร้างอุทิศถวายพระมิ่งจอมขวัญ
องค์ “พระปิยมหาราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว”
และ “พระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา”
เดิมถิ่นปูรวดนวิถีจาก “ทองผาภูมิ” มุ่ง “สังขละบุรี-เจดีย์สามองค์” [048]
อดีตต้นเส้นทาง “บ้านท่าขนุน” ลัด "คลองบ้านไร่” ไปสู่ "บ้านอีต่อง” [049]
คือที่สุดขอบสมุทรเนมิสริตคีรีวารีเขตต์มีนาม “เทือกเขาตะนาวศรี” [050]
ในวนปริบทประกาศด้วย “อุทยานแห่งชาติเขาแหลม” พ.ศ. 2534 [051]
ครอบคลุมธารดลเขื่อนวชิราลงกรณอีกสนทีคีรีกานนภูมีที่รายรอบ
พร้อมบรรจุซึ่งขอบเขตต์ “อุทยานแ่หงชาติทองผาภูมิ” พ.ศ. 2552 [053]
คือคีรีชาลบูรพปราการกรรกรไศลผนวกอัสดคีรีปัศจิมมหาปราการ
ณ ที่บรรจบแห่งหลายหลากสิราอันมีกำเนิดมาใน “ป่าเขาช้างเผือก” [055]
ผนวกซึ่งนานาแห่งศาขาล้วนยิ่งวิศุทธ์ด้วยธาราจาก “ป่าห้วยเขยง” [056]
สมทบธารอันสุดเลิศนิรมล “ป่าเขาพระฤๅษีป่าเขาบ่อแร่ แปลงที่ 1” [057]
อีกมงคัลยชล “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก” [058]
“ลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำแควน้อยตอนบน” ผนวก “ลุ่มน้ำสาขาห้วยปิลอก” [059]
ผนึกผสานซึ่งมวลเหล่าชลธีรวมรวบเข้าประชิดยังเขตต์กาณฑ์เขื่อน [060]
ชลพันธ์ทำนบอเนกประสงค์อัน “เขื่อนหินถม” แห่งแรกในแผ่นดินไทย [061]
ให้น้ำอุปโภคบริโภคขับสมุทรธารามลชลยังชลประทานการเกษตร [062]
นิรมิตวาปีอัครคุณประมงลดอุทกภัยหนุนคมนาคมนำการท่องเที่ยว
ผลิตวิทยุตพลังชลธาราเครื่องกำเนิดสามแสนกิโลวัตต์ป้อนสู่ชาติ
เดิมเรียก “เขื่อนเขาแหลม” ตามที่ตั้งคั้นแควน้อยที่ “ท่าขนุนเหนือ” [065]
9 มกราคม 2529 ล้นเกล้าฯมิ่งขวัญประชา “พระภูมิพลมหาราช” [066]
รัชกาลที่ 9 “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”
เสด็จพระราชดำเนินพร้อมสองพระบรมวงศ์เพื่อทรงประกอบพิธีเปิด
เขื่อนฯและโรงไฟฟ้าพลังน้ำซึ่งเมื่อกาลต่อมา 13 กรกฎาคม 2544
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระนามาภิไธยองค์ไอศวร
“สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ณ ขณะนั้น
คือปัจจุบันรัชกาลที่ 10 “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร” “พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย”
จึงเป็นเขื่อนในพระนามแห่งกษิติราชจอมราชันอันพระยศยิ่งเลิศฟ้า
.........เขื่อนวชิราลงกรณ.........

ปฤถวีแห่งศิลาปุราวฤตต “ยุคไซลูเรียน-คาร์บอนิเฟอรัส-ครีเทเชียส” [076]
ไศเลยภูมิวิเศษ “ยุคเพอร์เมียน-ไทรแอสซิก-จูแรสซิก-ควอเทอร์นารี”
ส่วนแนวเขตต์ครามขจีนั้นล้วนปริศุทธ์งามทามทุ่งแห่งตฤณเกษตร [078]
ขนาบสุดสายชลกอปรด้วยคีรีธาราดลแห่ง “ลุ่มน้ำสาขาห้วยปิลอก” [079]
ปรีตินัยนาภูรินภัสวปุษยาอีกอัศจรรยสนทีคีรีกานนปูรีษสุลลิตวิสดร [080]
ประจันไศลเศขรคีรีศฤงค์สถิตเมฆานันทาลัยตระหง่านล้ำมวลหมู่ศีขร [081]
คือ “เขาช้างเผือก” คู่มิ่งสถาวรด้วยคีรีทวารครามาธาน “บ้านอีต่อง”
กร่อนจากคำ “ณัตเอ่งต่อง” หมู่นิวาสอันนิวิษฏ์ยังเทวดาปรัสถาวัด
วณิควิถีปริกรชาวเหมืองซึ่งการยกรรมดำรงช่วง พ.ศ. 2483-2528
ด้วยแหล่งอันอุดมนานาพหุคีรีธาตุ ดีบุก ตะกั่ว วุลแฟรม-ทังสเตน [085]
เกิดเหมืองอีต่อง เหมืองอีปู่ เหมืองผาแป เรียก “หมู่เหมืองปิล็อก”
ปัจจุบันสถิตสถานีควบคุมก๊าซธรรมชาติอันดามันสมุทรฝั่งแดนไทย [087]
“ซอติก้า-เยตากุน-ยาดานา” ถึง “สถานีควบคุมก๊าซที่บีวีดับบลิว 01”
ทวารปักษกสู่ “เขตตะนาวศรี” หรือ “ภูมิภาคตะนิ่นตายีแห่งเมียนมา” [089]
อีกมี “ฐานปฏิบัติการช้างศึก” อนันตทฤศยาอันที่สุดแห่งคีรีกรรณิกา [090]
พร้อมมหันซึ่งไพศาลคคนางค์จรดสู่ฝั่ง “ทะเลอันดามัน” ที่เลื่องลั่น [091]
1 ใน 2 สันนิษฐานยุทธมรรคา “ช่องเขาสูง” “ศึกทวาย” พ.ศ.2330 [092] [1] [2]
พระปฐมบรมราชจักรีวงศ์ “รัชกาลที่ 1” ทรงยาตราหมายวรัชยาปุรี
“ปิล๊อก” คือคำมอญ “บีโกนล๊อก” นทีเปี่ยมปูรณ์ลูกอ๊อดอันอุดมสม [094]
นามปรากฎตามที่ตั้ง “กองอาทมาต” ด้วยรามัญสีมามณฑลทั้ง 7
แต่โปราณกาลช่วงชลโศษมีกิจร่อนทองอยู่ “คลองปิลอก คลองพลู” [096]
ยามพลรามัญปลดประจำการงานลาดตระเวนสีมันอันเอกปรการย์
แล้วนำส่งทูลเกล้าฯถวายเพื่อใช้ในราชกฤตย์มาแต่ต้นรัตนโกสินทร์
ปรากฏหมายสู่เจ้าเมืองกรมการเมืองตามจดหมายเหตุรัชกาลที่ 5
ในอดีตที่สีมาประเวศประวาสปริยชนหลากชาติพันธุ์น้อมมอบศิลา [100]
สัตการปูชาพระแม่ธรณีทวิสถิราไทยและเมียนมาก่อเกิดมหาศิลากูล
อันนิรมาติ “พระเจดีย์ศรีปิล็อก” แล้วประจงจุพระบรมสารีริกธาตุ
"หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์" มอบให้เป็นสิริยิ่งมิ่งขวัญสู่หมู่ชนและขนิกร
ส่วนถิ่นที่ตั้งอยู่ในเขตต์ร้อนเปียกแห้งสลับเรียก “ทรอปิคัลสะวันนา” [104]
เริ่มวฤตตจักรฤดูกาลกลางกุมภาที่ฤดูคิมหันต์แล้งแห้งสุดแสนร้อน [105]
ซ้ำรุนแรงสลับสุดวายุบทพยูหเดชผู้ร่ายเวทแผ่มหฤทธิมันตราปรก
สะกดขวัญมวลภูผาเหล่าพนาสณฑ์ล้วนสยบยอมสู่สลดพลจำนน
ฉายฉานซึ่งรัศมีสูรย์สาดสะพรั่งฉาบท้องทุ่งทามต้องสล้างเหลือง
หมู่พฤกษาสลัดใบเหลือไว้เพียงกิ่งก้านแล้วจึ่งเกิดปรีติสุดอัศจรรย์
วิจิตรครีษมปุษปีอันรมณียอาภานานาวรรณดั่งมหารัตนมัยอุษณีษ์
ลุล่วงเข้าสู่กลางพฤษภาวยูหทัพวริษาแห่งพรรษาฤดูมุ่งวิยาติผ่าน [111]
พลันนภาอิ่มอารทรนิรมาติชลากรอากาศสลิลยังปรียติสู่ปฤถิวีดล
พราวม่านฝนพรูแผ่พรมคีรินทรไพรพนัสขจีเขียวสะพรั่งปริศุทธ์
มวลมหาเมฆาหมู่วาริธรคลายศีกรพัสตราห่มเศวตภูษาวนศิขิน
ทิพวิมลวารีธารบรรจุสถิตอฏวีคีรีธรพรั่งพร้อมเป็นผู้ให้ในช่วงแล้ง
สรรพชีวินในผืนป่าเริงรื่นคืนชีวิตบ้างเข้าสู่กาลจักรการเจริญพันธุ์
ครั้นถึงกลางตุลาหวนคืนอีกครารื่นระเริงสุดหรรษาแห่งฤดูเหมันต์ [117]
บางวารเกิดตระการคลื่นธูมรีมหาเมฆสมุทรสุดยักษาบ่าท่วมท้น
โถมถาอัสดคีรีปราการมหรรถสลิลธรห่มคีรีชาลจนทั่วจตุรศรก
บางทิวาทิพนภาก้องประกาศปริศุทธจิตรกรรมวิศาลอากาศวรรณ
ประจักษ์ “ฟ้า” นานาลีลานาฎวรรณหฤษฏหรรษาอันสุดพรรณนา
เพลินกายสนานสราญใจอิ่มอาบไอในสายลมอันสดใสแสนบริสุทธิ์
อรุโณทัยรุ่งมุ่งอภิรมย์ทุ่งศิศิรมณีมรรคาสู่พิภพจรดประจุปริวรรต [123]
ครั้นสายเมื่อภาพปรากฏจึ่งกระจ่างในทรรศนียาอันตราตรึงจิตต์
บ่ายเพลินประกายวาริณระรินริ้วคลื่นดุจรชตวาวระยับวับจับตา
เย็นยลสนธยาชมหมู่นภัสอัปสรัสเริงลีลานาฏรงครัศมีแห่งอัสดง
แพรพลิ้วพรายประภาทีปาวลิไสวเรืองพราววาวไหมในพยับโพยม
แวววับวามวิจิตรศุภภัสสราแพรวอาภาพิศุทธ์เลิศล้ำรังสินาฏยา
ในค่ำคืนรุจิรดาราวลีลอยรุ่งเรืองสกลโรจน์ล่องท่องอากาศคงคา
ทิพราตรีมณีอาภาทอประกายวัชรระยิบระยับประดับปูรณนภสินธู
เลื่อมนักษัตรดารารายพราวกะพริบพรายงามเพลินใจยิ่งเย็นจิตร์
ชมนิศาทรรศยาอันคืนทิพจันทราทรงรถด้วยเศวตอัศวปลั่งหิมรัศมี
โปรยปรายอณูทีปิกาสุกสกาวเปล่งสว่างไสวดั่งอดุลยอัครชวาลา
ยลศิขรวลีกอปรคลื่นกันทรฉายาภูมิประเทศในละอองศีตลศศิกลา
คืนวันเพ็ญอันบุษยาต้องมนตราประกายละอองธาราอาภากิรณวิธู
งามนัยนจันทริกาโศภนทรรศนียาอานันทามฤตปริสรทั่วทิกจักรวาล
เมื่อพร้อมจิตต์จึ่งบังเกิดสุขสุดยิ่งปรีติในวิเวกมุ่งแสวงโมกษธรรม
สุขล้ำยิ่งอิงแอบมวลหมู่แมกไม้อันขจีพรรณแห่งเขตต์อรัณยคราม
ศานตแวดล้อมล้วนภูผางามวนีพฤกษพรรณทิพย์สเทวศักวรี...ที่นี่
.........ทองผาภูมิตะวันตก.........

พึงพักผ่อนคลายไปกับอ้อมกอดของธรรมชาติอันสุดแสนยิ่งใหญ่ [141]
สุขสันโดษใจไปในความสงบที่เรียบง่ายแบบ “วนคราม-วนาศรม”
เอนอิงกายใจได้พักแล้วจิตต์จะคลี่คลายดุจกุมุทบงกชพ้นเหนือน้ำ
เพลากระแสสับสนอันหมองหม่นสุดหมุนวนด้วยวิถีชนในนคราใหญ่
เพียงได้สดับแว่วเซ็งแซ่ในโศรตรล้วนสรรพศรวณียแห่งสำเนียงไพร
บรรเลงกล่อมเห่ขับขานด้วยบทเพลงพนาคีตลีลาแสนเสนาะลำนำ
ด้วยพงพนัสนั้นเลิศล้ำลึกในอานุภาพที่สุดลี้ลับเกินมนัสอาจหยั่งรู้
เมื่อได้ประสบสัมผัสแม้นเพียงไม่นานจักฟื้นคืนซึ่งจิตต์อันสุขศานติ์
แล้วจึ่งได้กลับเปี่ยมเปรมปรีด์อันพร้อมด้วยชีวพลังอีกครั้ง ณ ที่นี่
.........ศานตวนคราม บ้านสวนทวีชัยผาภูมิ.........





แผ่นดินสุขสงบและงดงาม
ปราการภูผาตระหง่าน
ในท่ามกลางหมู่ทิวเขา
ที่ทอดยาวแห่งตะนาาวศรี
และแผ่นผืนน้ำอันกว้างไกล
ของเขื่อนในพระนาม
แห่งองค์เจ้าฟ้า
มหาวชิราลงกรณฯ

เพลินตากับทิศนียภาพ
อันไพศาลสุดเพลินใจ
สราญใจกับสายลมพัด
อันอ่อนใสและบริสุทธิ์
ปิติสุขในเหล่าพรรณ
พฤกษาอันเขียวขจี
ณ ที่นี่...
ทองผาภูมิตะวันตก

พักผ่อนคลายในอ้อมกอด
ของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
พักผ่อนใจในบรรยากาศ
ของที่พักอันอบอุ่น
เอนกายพักแล้วผ่อนคลาย
เพื่อจะฟื้นคืนพลังแห่งชีวิต
เยียวยาสู่ความสดชื่นอีกครั้ง
ณ ที่นี่...
บ้านสวนทวีชัยผาภูมิ





หมายเหตุ