ไปหน้าหลัก

Questions & Answers | ปุจฉาวิสัชนา ........Q&A 01


| Under Construction ||| Under Construction |


ลำนำทองผาภูมิตะวันตก

ณ ถิ่นหนึ่งแดนปัศจิมวนภูแห่งแคว้นปุราณวิเทศนาม “Camburi” [001][1][2][3][4][5]
ยล “เขาน้ำโจน” ผาดโผนพุ่งผุดทะยานเริ่มซึ่งหมุดขอบแห่งจอมไศล [002][1]
“เขาเยน” แผกโดดเด่นดูสุดตระหง่านอันแนวปราการหลากภูผาตั้ง [003][1][2]
แล้วตามชิดติดด้วยเชิงชันคือทิว “เขาท่าขนุน” แลละลิ่วสูงเลิศฟ้า [004][1][2]
ที่ตั้งถัดไกลจนสุดลับตาคือ “เขาพุถ่อง” คู่ “บึงน้ำทิพย์-ต้นไม้ยักษ์” [005][1][2][3][4][5]
บรรพศิลา “ยุคเพอร์เมียน” 299-251 ล้านปี “มหายุคพาลีโอโซอิก” [006][1][2]
หลักฐานธรณีแปรสัณฐานอดีตสมุทรภูมิสู่ปัจจุบันคิรีกันทรสถาลดร [3]
สุดพิศวงก่อเกิด “Karst” สถานวรรณนสถิตคูหาชลากรลาสกไศล [008][1][2][3][4]
อู่กำเนิดนิเวศระบบ “พุปุราชินี-พุหนองปลิง” ที่ควรคู่กับการอนุรักษ์ [009][1][2][3][4]
ล้ำเลอคุณค่าสรรพสิริทรัพยากรพัทธชีวมณฑล “Biodiversity” [010][1][2]
แอ่งชีวิตหลอมรวมกอปรทวีด้วยเอกลักษณ์ “ทองผาภูมิตะวันตก” [011][1][2][3][4][5][6][7]
ณ ที่แหล่งนี้พบครั้งแรกวนปุษปวงศ์กระดังงา “นมแดงทองผาภูมิ” [012][1][2][3][4]
ยังอีกครั้งแรก “2 แมลงชีปะขาว” ไม่ปรากฏก่อนหน้าในวงวิชาการ [013]
“ไรน้ำนางฟ้าไทย ไรน้ำนางฟ้าสิรินธร" 2 ไรน้ำนางฟ้าแห่งห้วยเขย่ง [014]
วนวิศุทธดรรชนี “มวนฯ แมลงน้ำ ริ้นดำ สโตนฟลาย เฟิร์นใบบาง” [015]
มี “ผีเสื้อหนอนม้วนใบ ผึ้งม้าน นานาชนิดชันโรง อีกแมงมุมใยกลม” [016][1][2][3][4]
“ไบรโอไฟต์ ไรน้ำ สาหร่ายสีแดงน้ำจืด สาหร่ายระบบนิเวศน้ำไหล” [017][1][2][3][4]
“วอเตอร์บัค ไรฝุ่น ชุมชนหอยทากบก จุลินทรีย์ มากมายนทีมัตสย” [018][1][2][3][4][5]
น่าพิศวง “สังคมมด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก อีกนานาทิชากรพันธุ์” [019][1][2][3]
ยังสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ “ค้างคาวกิตติ” ฐานถิ่นคูหากรรกรปรรวดียภูมิ [020]
“ปูราชินี” รานีทองผาภูมิตะวันตกมีมหาปุษปดุจเขมวดี "ผีเสื้อน้อย” [021][1][2][3]
หลายหลากวนพืชพรรณ “ขิง เข็ม ถั่ว ไผ่ หญ้า เฟิร์น” ค่าควรศึกษา [022][1][2][3][4][5][6]
แหล่งเรียนรู้บรรพชีวินฟอสซิลหอย “แบรคิโอพอด” ร่วมยุคไดโนซอร์ [023][1][2]
บรรจุสนิทมีหลายชั้นมฤทากรรกรศิลา “ยุคไทรแอสซิก” ที่ “เขานิซา” [3][4][5][6]
ยังหมู่หัสดินน้อยใหญ่ต่างยาตราเพลินกายใจใน “สวนป่าทองผาภูมิ” [025][1][2][3][4][5]
แดนดินถิ่นที่เหล่าทวิรทวรัชยา “เทือกเขาตะนาวศรี” ยิ่งคุณวิศิษฏดา [026][1]
คลุมปรกสุดอธิมาตรอุดดมวนภูอันพฤหัตปฤถิวีดลไทยและเมียนมา [2][3]
อัครคุณนานาประการสู่มนุษย์ภูริศัสชีวนพันธุ์ในชิวิกามณฑลที่แห่งนี้
หนึ่งฐานแห่งวัฒนธรรม “ฮัวบินห์-แฟงนอย" มีมาก่อนประวัติศาสตร์ [029]
ถิ่นนานาชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง มอญ ไทย ลาว พม่า ขมุ กุรข่า ทวาย [030]
หนึ่งวิภาคกำเนิด “แม่น้ำน้อย” ไหลเรื่อยเรียง “แควน้อย” ถิ่นไทรโยค [031][1][2][3]
นทีนำเนื่องปุราดนแห่งรอยอารยธรรม “ฟูนัน-ทวารวดี-ขแมร์-ละโว้” [4]
ปุราณปถก่อนอโยธยาจนล่วงมา “ศึกเก้าทัพ-ท่าดินแดง-สามสบ” [033][1][2]
มีหมายปฤถวีที่ “ผาอ้น” ปุราณมฤตติกามรรคาทัพพม่ามุ่งพิชัยศึก [034][1]
ปรพลพม่ารุดเร่งปริยาติอัสดคิรีด้วยอนุยุทธมรรคา “คลองปิล๊อก” [2]
มุ่งสู่ “ผาอ้น” ร่วมเหล่ามหาเสนาชลมารคแควน้อยสู่ถิ่น “ไทรโยค” [1][3][4]
หนึ่งคชวิถีลัดร่นบูรพคิรีปราการเชื่อม “เขย่ง” สู่ “ปรังกาสี-ท่าขนุน” [5][6][7][8]
ถิ่นที่เดิม “เขย่ง” หมู่ครามิกชนล้วนคชาชีวพลคชปาลเพื่อชักลากไม้ [038]
เมทีนีอันก่อกำเนิด “ปิล๊อก-เขย่ง-ประจำไม้” รวมสู่ภูมีนที "แควน้อย” [039][1][2][3][4]
คือปูรวสีมา “ปิล๊อก-โบอ่อง” โปราณคิรีทวารลัดสู่สมุทร "อันดามัน” [040][1][2][3][4]
“โบอ่อง” ประจักษ์ปุราณครามบนกรรปาสราชภูปฏต้นรัตนโกสินทร์ [041][1][2]
ปรากฎอลิปริยวาปีมีมหาศิลามัธยสถิตประดิษฐานซึ่ง “เจดีย์บุอ่อง” [3][4]
ล้วนล้อมกอปรด้วยทูรคาภูมิประเทศถิ่นสถานดำรงแห่ง “เขาช้างพี” [5]
คงมั่นในหลักฐานใบเสมาสิกดามัยศิลาอันร่องรอยศิลปถิ่นอโยธยา [6]
อีกหนึ่งฆัณฏา “เจ้าจอมสมบูรณ์” สร้างอุทิศถวายพระมิ่งจอมขวัญ [7]
องค์ “พระปิยมหาราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” [8]
และ “พระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา” [9]
เดิมถิ่นปูรวดนวิถีจาก “ทองผาภูมิ” มุ่ง “สังขละบุรี-เจดีย์สามองค์” [048][1][2][3]
อดีตต้นเส้นทางเชื่อมสู่แหล่งสีมันคิรีธาตุลัด "บ้านไร่” ไปสู่ "อีต่อง” [049][1][2]
คือที่สุดขอบสมุทรเนมิสริตคิรีวารีเกษตรนาม “เทือกเขาตะนาวศรี” [050]
ในวนปริพันธ์ปรากฏด้วย “อุทยานแห่งชาติเขาแหลม” พ.ศ. 2534 [051][1][2][3][4]
ครอบคลุมธารดลเขื่อนวชิราลงกรณอีกสนทีคิริกานนภูมีที่รายรอบ [5][6]
พร้อมบรรจุซึ่งขอบเขตต์ “อุทยานแ่หงชาติทองผาภูมิ” พ.ศ. 2552 [053][1][2][3][4]
คือคิรีชาลบูรพปราการกรรกรไศลผนวกอัสดคิรีปัศจิมมหาปราการ [5][6]
ณ ที่บรรจบนวามพุจากหลากสิราอันกำเนิดมาใน “ป่าเขาช้างเผือก” [055][1][2][3][4]
ผนวกอาโปวิศุทธดาด้วยนานาศาขาล้วนธาราจาก “ป่าห้วยเขยง” [056][1][2][3][4]
สมทบสุธาสุดเลิศนิรมล “ป่าเขาพระฤๅษีป่าเขาบ่อแร่ แปลงที่ 1” [057][1][2][3]
อีกมงคัลยชล “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก” [058][1][2][3]
มหภาค “ลุ่มน้ำฯแควน้อยตอนบน” ผนวก “ลุ่มน้ำสาขาห้วยปิลอก” [059][1][2]
ผสานร้อยวารีผนึกรวมสลิลาศัยผจงรวบชลธีประชิดยังกาณฑ์เขื่อน [060][1][2]
ชลพันธกทำนบอเนกประสงค์ “เขื่อนหินถม” ที่แห่งแรกในแผ่นดินไทย [061][1]
ให้น้ำอุปโภคบริโภคขับสมุทรธาราทุรชลเสริมชลประทานการเกษตร [062][1]
นิรมิตวาปีอัครคุณประมงลดอุทกภัยนำวารีคมนาคมรมณียประวาส
ผลิตชลธาราวิทยุตโดยวิทยุชชนกพลังสามแสนกิโลวัตต์ป้อนสู่ชาติ
เดิมเรียกว่า “เขื่อนเขาแหลม” ตามที่ตั้งคั้นแควน้อยที่ “ท่าขนุนเหนือ” [065][1]
9 มกราคม 2529 ล้นเกล้าฯมิ่งขวัญประชา “พระภูมิพลมหาราช” [066][1]
รัชกาลที่ 9 “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” [2]
เสด็จพระราชดำเนินพร้อมสองพระบรมวงศ์เพื่อทรงประกอบพิธีเปิด [1]
เขื่อนฯและโรงไฟฟ้าพลังน้ำซึ่งในเวลาต่อมา 13 กรกฎาคม 2544 [1]
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระนามาภิไธยองค์ไอศวร [1]
“สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ณ ขณะนั้น [3]
คือปัจจุบันรัชกาลที่ 10 “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ [3]
บดินทรเทพยวรางกูร” “พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย” [4]
จึงเป็นเขื่อนในพระนามแห่งกษิติราชจอมภูปดีอันพระยศยิ่งเลิศฟ้า
.........เขื่อนวชิราลงกรณ.........

ปฤถวีแห่งศิลาปุราวฤตต “ยุคไซลูเรียน-คาร์บอนิเฟอรัส-ครีเทเชียส” [076][1][2][3]
วิเศษไศเลยภูมิ “ยุคเพอร์เมียน-ไทรแอสซิก-จูแรสซิก-ควอเทอร์นารี” [4][5][6][7]
ส่วนแนวเขตต์ครามขจีนั้นล้วนปริศุทธ์งามทามทุ่งแห่งตฤณเกษตร [078]
สุดสายชลขนาบกอปรด้วยคิรีธาราดลแห่ง “ลุ่มน้ำสาขาห้วยปิลอก” [079][1][2]
ปรีตินัยนาภูรินภัสวปุษยาอีกอัศจรรยสนทีคิริกานนปูรีษสุลลิตวิสดร [080]
ประจันไศลเศขรคิรีศฤงค์สถิตเมฆานันทาลัยตระหง่านล้ำมวลหมู่ศิขร [081]
คือ “เขาช้างเผือก” คู่มิ่งสถาวรด้วยคิรีทวารครามาธาน “บ้านอีต่อง” [1][2]
กร่อนจากคำ “ณัตเอ่งต่อง” หมู่นิวาสอันนิวิษฏ์ยังเทวดาปรัสถาวัด [3]
วณิควิถีปริกรชาวเหมืองซึ่งการยกรรมดำรงช่วง พ.ศ. 2483-2528 [4]
แหล่งนานาพหุคิรีธาตุ ดีบุก วุลแฟรม ตะกั่ว สังกะสี ทองคำ ฯลฯ [085][1][2][3][4][5]
เกิดเหมืองอีต่อง เหมืองอีปู่ เหมืองผาแป เรียก “หมู่เหมืองปิล็อก” [4]
ปัจจุบันสถิตสถานีควบคุมก๊าซธรรมชาติอันดามันสมุทรฝั่งแดนไทย [087][1]
“ซอติก้า-เยตากุน-ยาดานา” ถึง “สถานีควบคุมก๊าซที่บีวีดับบลิว 01” [2][3][4][5]
ทวารปักษกสู่ “เขตตะนาวศรี” หรือ “ภูมิภาคตะนิ่นตายีแห่งเมียนมา” [089]
อีกมี “ฐานปฏิบัติการช้างศึก” อนันตทฤศยาอันที่สุดแห่งคิริกรรณิกา [090]
พร้อมมหันซึ่งไพศาลคคนางค์จรดสู่ฝั่ง “ทะเลอันดามัน” ที่เลื่องลั่น [091][M1][M2][M3]
หนึ่งสันนิษฐานแห่งยุทธมรรคา “ช่องเขาสูง” “ศึกทวาย” พ.ศ.2330 [092][1][2][3]
พระปฐมบรมราชจักรีวงศ์ “รัชกาลที่ 1” ทรงยาตราหมายวรัชยาปุรี [4]
“ปิล๊อก” คือคำมอญ “บีโกนล๊อก” นทีเปี่ยมปูรณ์ลูกอ๊อดอันอุดมสม [094]
นามปรากฎตามที่ตั้ง “กองอาทมาต” ด้วยรามัญสีมามณฑลทั้ง 7 [1][2]
แต่โปราณกาลช่วงชลโศษมีกิจร่อนทองอยู่ “คลองปิลอก คลองพลู” [096]
ยามพลรามัญปลดประจำการงานลาดตระเวนสีมันอันเอกปรการย์
แล้วนำส่งทูลเกล้าฯถวายเพื่อใช้ในราชกฤตย์มาแต่ต้นรัตนโกสินทร์
ปรากฏหมายสู่เจ้าเมืองกรมการเมืองตามจดหมายเหตุรัชกาลที่ 5
ในอดีตที่สีมาประเวศประวาสปริยชนหลากชาติพันธุ์น้อมมอบศิลา [100][1]
สัตการปูชาพระแม่ธรณีทวิสถิราไทยและเมียนมาก่อเกิดมหาศิลากูล [2][3][4]
อันนิรมาติ “พระเจดีย์ศรีปิล็อก” แล้วประจงจุพระบรมสารีริกธาตุ [5][6]
"หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์" มอบให้เป็นสิริยิ่งมิ่งขวัญสู่หมู่ชนและขนิกร [7]
ส่วนถิ่นที่ตั้งอยู่เขตต์ร้อนเปียกแห้งสลับเรียกกัน “ทรอปิคัลสะวันนา” [104]
เริ่มวฤตตจักรฤดูกาลกลางกุมภาที่ฤดูคิมหันต์แล้งแห้งสุดแสนร้อน [105]
ซ้ำรุนแรงสลับสุดวายุบทพยูหเดชผู้ร่ายเวทแผ่มหฤทธิมันตราปรก
สะกดขวัญมวลภูผาเหล่าพนาสณฑ์ล้วนสยบยอมสู่สลดพลจำนน
ฉายฉานซึ่งรัศมีสูรย์สาดสะพรั่งฉาบท้องทุ่งทามต้องสล้างเหลือง
หมู่พฤกษาสลัดใบเหลือไว้เพียงกิ่งก้านแล้วจึ่งเกิดปรีติสุดอัศจรรย์
วิจิตรครีษมปุษปีอันรมณียอาภานานาวรรณดั่งมหารัตนมัยอุษณีษ์
ลุล่วงเข้าสู่กลางพฤษภาวยูหทัพวริษาแห่งพรรษาฤดูมุ่งวิยาติผ่าน [111]
พลันนภาอิ่มอารทรนิรมาติชลากรอากาศสลิลยังปรียติสู่ปฤถวีดล
พราวม่านฝนพรูแผ่พรมคีรินทรไพรพนัสขจีเขียวสะพรั่งปริศุทธ
มวลมหาเมฆาหมู่วาริธรคลายศีกรพัสตราห่มเศวตภูษาวนศิขิน
ทิพวิมลธารวารีบรรจุสถิตอฏวีคีรีธรพรั่งพร้อมเป็นผู้ให้ในช่วงแล้ง
สรรพชีวินในผืนป่าเริงรื่นคืนชีวิตบ้างเข้าสู่กาลจักรการเจริญพันธุ์
ครั้นถึงกลางตุลาหวนคืนอีกครารื่นระเริงสุดหรรษาแห่งฤดูเหมันต์ [117]
บางวารเกิดตระการคลื่นธูมรีมหาเมฆสมุทรสุดยักษาบ่าท่วมท้น
โถมถาอัสดคีรีปราการมหรรถสลิลธรห่มคีรีชาลจนทั่วจตุรศรก
บางทิวาทิพนภาก้องประกาศปริศุทธจิตรกรรมวิศาลอากาศวรรณ
ประจักษ์ “ฟ้า” ลีลานานานาฎวรรณหฤษฏหรรษาอันเกินพรรณนา
เพลินกายสนานสราญใจอิ่มอาบไอศีตลศุษิลสุดสดใสแสนสันศุทธ
อรุโณทัยรุ่งมุ่งอภิรมย์ทุ่งศิศิรมณีมรรคาสู่พิภพจรดประจุปริวรรต [123]
ครั้นสายเมื่อภาพปรากฏจึ่งกระจ่างในทรรศนียาอันตราตรึงจิตต์
บ่ายเพลินประกายวาริณระรินริ้วคลื่นดุจรชตวาวระยับวับจับตา
เย็นยลสนธยานภัสชมนภอัปสรัสเริงลีลานาฏรงครัศมีสู่อัสดมยน
แพรพลิ้วพรายประภาทีปาวลิไสวเรืองพราววาวไหมในพยับโพยม
แวววับวามวิจิตรศุภภาสนาแพรวอาภาพิศุทธ์เลิศล้ำรังสินาฏยา
ในค่ำคืนรุจิรดาราวลีลอยรุ่งเรืองสกลโรจน์ล่องท่องอากาศคงคา
ทิพมณีดารกาทอประกายอาภาวัชรระยิบระยับประดับปูรณนภสินธู
เลื่อมนักษัตรดารารายพราวกะพริบพรายงามเพลินใจยิ่งเย็นจิตร์
ชมนิศาทรรศยาอันคืนทิพจันทราทรงรถด้วยเศวตอัศวปลั่งหิมรัศมี
โปรยปรายอณูทีปิกาสุกสกาวเปล่งสว่างไสวดั่งอดุลยอัครชวาลา
ยลศิขรวลีกอปรคลื่นกันทรฉายาภูมิประเทศในศีตลรัศมีแห่งศศิกลา
คืนวันเพ็ญอันบุษยาต้องมนตราประกายละอองกิรณธาราทวิอาภาวิธู
งามนัยนจันทริกาโศภนทรรศนียาอานันทามฤตปริสรทั่วทิกจักรวาล
เมื่อพร้อมจิตต์จึ่งบังเกิดสุขยิ่งปรีติในวิเวกด้วยแสวงซึ่งโมกษธรรม
แอบอิงอรัณยวาสเกษตรกอปรนานามหาสารศาจิพรรณอรณเขตต์
แวดล้อมในหมู่ภูผางามวนีพฤกษพรรณทิพย์ศานตสเทวศักวรี...ที่นี่
.........ทองผาภูมิตะวันตก.........

ผ่อนคลายในอ้อมกอดของธรรมชาติอันไพศาลแห่งรมณียสวรรรูป [141]
เงียบสงบสุขสันโดษที่พำนักเรือนเรียบง่ายแบบ “วนคราม-วนาศรม”
อิงกายใจได้พักแล้วจิตต์จักคลี่คลายดุจปุษปวัดบงกชพ้นเหนือน้ำ
เพลากระแสสับสนซึ่งหมุนวนขับเคลื่อนวิถีชีวิตนครชนข้องมหาปุรี
เพียงได้สดับแว่วเซ็งแซ่ในโศรตรล้วนสรรพศรวณียแห่งสำเนียงไพร
บรรเลงกล่อมเห่ขับขานด้วยบทเพลงพนาคีตลีลาแสนเสนาะลำนำ
ด้วยพงพนัสนั้นเลิศล้ำลึกอันประภาวที่สุดลี้ลับเกินมนัสอาจหยั่งรู้
เมื่อได้ประสบสัมผัสแม้นเพียงไม่นานจักฟื้นคืนจิตต์แห่งสุขศานติ์
ทั้งพร้อมเปี่ยมเปรมปรีด์สกลกายได้ฟื้นฟูคืนสู่ปูรณชีวพลัง ณ ที่นี่
.........ศานตวนาศรม บ้านสวนทวีชัยผาภูมิ.........





แผ่นดินสุขสงบและงดงาม
ปราการภูผาตระหง่าน
ในท่ามกลางหมู่ทิวเขา
ที่ทอดยาวแห่งตะนาาวศรี
และแผ่นผืนน้ำอันกว้างไกล
ของเขื่อนในพระนาม
แห่งองค์เจ้าฟ้า
มหาวชิราลงกรณฯ

เพลินตากับทิศนียภาพ
อันไพศาลสุดเพลินใจ
สราญใจกับสายลมพัด
อันอ่อนใสและบริสุทธิ์
ปิติสุขในเหล่าพรรณ
พฤกษาอันเขียวขจี
ณ ที่นี่...
ทองผาภูมิตะวันตก

พักผ่อนคลายในอ้อมกอด
ของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
พักผ่อนใจในบรรยากาศ
ของที่พักอันอบอุ่น
เอนกายพักแล้วผ่อนคลาย
เพื่อจะฟื้นคืนพลังแห่งชีวิต
เยียวยาสู่ความสดชื่นอีกครั้ง
ณ ที่นี่...
บ้านสวนทวีชัยผาภูมิ





พจนานุกรม Dictionaries Click.
หนังสือหายาก Rarebooks Click.





หมายเหตุ