ไปหน้าหลัก

Questions & Answers | ปุจฉาวิสัชนา ........Q&A 01


| Under Construction ||| Under Construction |


ณ ที่ถิ่นหนึ่งแดนปัศจิมวนภูแห่งแคว้นปุราณนามเทศ “Camburi”
ยล “เขาน้ำโจน” ผาดโผนพุ่งผุดทะยานเริ่มซึ่งหมุดขอบแห่งจอมไศล
“เขาเยน” แผกโดดเด่นดูสุดตระหง่านอันแนวปราการหลากภูผาตั้ง
แล้วตามชิดติดด้วยเชิงชันคือทิว “เขาท่าขนุน” แลละลิ่วสูงเลิศฟ้า
ที่ตั้งถัดไกลจนสุดลับตาคือ “เขาพุถ่อง” คู่ “บึงน้ำทิพย์-ต้นไม้ยักษ์”
อู่กำเนิดนิเวศระบบ “พุปุราชินี-พุหนองปลิง” ที่ควรคู่กับการอนุรักษ์
ล้ำเลอค่าอันสรรพสิริทรัพยากรพัทธชีวมณฑล “Biodiversity”
แอ่งชีวิตหลอมรวมกอปรทวีซึ่งเอกลักษณ์ "ทองผาภูมิตะวันตก”
ณ ที่แหล่งนี้พบครั้งแรกวนปุษปวงศ์กระดังงา “นมแดงทองผาภูมิ”
ยังอีกครั้งแรก “2 แมลงชีปะขาว” ไม่ปรากฏก่อนหน้าในวงวิชาการ
“ไรน้ำนางฟ้าไทย ไรน้ำนางฟ้าสิรินธร" 2 ไรน้ำนางฟ้าแห่งห้วยเขย่ง
คือวนวิศุทธดรรชนี “หลากพันธุ์สโตนฟลาย ริ้นดำ ไรฝุ่น จุลินทรีย์”
มี “ผีเสื้อหนอนม้วนใบ ผึ้งบ้าน นานาชนิดชันโรง อีกแมงมุมใยกลม”
“ไบรโอไฟต์ ไรน้ำ สาหร่ายสีแดงน้ำจืด สาหร่ายระบบนิเวศน้ำไหล”
“แมลงน้ำวอเตอร์บัค ชุมชนหอยทากบก ล้วนมากมายนทีมัตสย”
สุดพิศวง “สังคมมดสัตว์ สะเทินน้ำสะเทินบก อีกนานาทิชากรพันธุ์”
ยังมีสัตว์เสี่ยงสูญพันธ์ “ค้างคาวกิตติ” ฐานถิ่นคู่แนวไศลกรรกรศิลา
“ปูราชินี” รานีทองผาภูมิตะวันตกมีมหาปุษปดุจเขมวดี "ผีเสื้อน้อย”
หลายหลากวนพืชพรรณ “ขิง เข็ม ถั่ว ไผ่ หญ้า เฟิร์น” ค่าควรศึกษา
แหล่งเรียนรู้บรรพชีวินฟอสซิลหอย “แบรชิโอพอด” ก่อนยุคไดโนซอร์
เป็นหลักฐานแห่งธรณีแปรสัณฐานจากสมุทรภูมิสู่คีรีกันทรสถาลดร
แล้วยังหมู่หัสดินน้อยใหญ่ยาตราเพลินกายใจใน “สวนป่าทองผาภูมิ”
แดนดินถิ่นที่เหล่าทวิรทวรัชยา “เทือกเขาตะนาวศรี” คุณสุดยิ่งวิศิษฏ์
คลุมปรกสุดอธิมาตรแนวผืนป่าอันอุดมทั้งแผ่นดินไทยและเมียนมา
อัครคุณนานาประการสู่มนุษย์ภูริศัสชีวพันธุ์ในชิวิกามณฑลที่แห่งนี้
มีหมายปฤถวีที่ “ผาอ้น” ปุราณมฤตติกามรรคาทัพพม่ามุ่งพิชัยศึก
หนึ่งคชวิถีลัดร่นบูรพคีรีปราการเชื่อม “ห้วยเขย่ง” สู่ “บ้านปรังกาสี”
ที่ถิ่นเดิมห้วยเขย่งครามิกชนล้วนคชาชีวพลคชบาลเพื่อชักลากไม้
เป็นอู่กำเนิด “แม่น้ำน้อย” ไหลเรียงเรื่อยรวม “แควน้อย” ถิ่นไทรโยค
หนึ่งฐานแห่งวัฒนธรรม “ฮัวบินห์-แฟงนอย" มีมาก่อนประวัติศาสตร์
ถิ่นนานาชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง มอญ ไทย ลาว พม่า ขมุ กุรข่า ทวาย
คือพื้นที่อันจำเดิม “บ้านประจำไม้ล่าง-บ้านท่าขนุน” มุ่ง "แควน้อย”
นทีนำเนื่องในปุรำแห่งรอยอารยธรรม “ฟูนัน-ทวารวดี-ขแมร์-ละโว้”
ถิ่นปูรวสีมา “ท่าขนุน-โบอ่อง-ปิล๊อก” โปราณคีรีทวารสู่ "อันดามัน”
ปุราณปถก่อนอโยธยาจนล่วงมา “ศึกเก้าทัพ-ท่าดินแดง-สามสบ”
ปรพลพม่ารุดเร่งปริยาติอัสดคีรีด้วยอนุยุทธมรรคา “คลองปิล๊อก”
แล้วลัด “ผาอ้น” ร่วมมหาเสนาชลมารค “แควน้อย” สู่เมืองไทรโยค
“โบอ่อง” ประจักษ์ปุราณครามบนการปาสราชภูปฏต้นรัตนโกสินทร์
ตำแหน่งปรากฎมีมหาศิลาอันมัธยสถิตประดิษฐานซึ่ง “เจดีย์บุอ่อง”
ล้วนล้อมกอปรด้วยทุรคาภูมิประเทศถิ่นสถานดำรงแห่ง “เขาช้างพี”
คงมั่นในหลักฐานใบเสมาศิลาทรายอันร่องรอยศิลปแห่งถิ่นอโยธยา
อีกหนึ่งฆัณฏา “เจ้าจอมสมบูรณ์” สร้างอุทิศถวายพระมิ่งจอมขวัญ
องค์ “พระปิยมหาราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว”
และ “พระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา”
เดิมถิ่นปูรวดนวิถีจาก “ทองผาภูมิ” มุ่ง “สังขละบุรี-เจดีย์สามองค์”
อดีตต้นเส้นทาง “บ้านท่าขนุน” ลัด "คลองบ้านไร่” ไปสู่ "บ้านอีต่อง”
คือที่สุดขอบสมุทรเนมิสริตคีรีวารีเขตต์มีนาม “เทือกเขาตะนาวศรี”
ในวนปริบทประกาศด้วย “อุทยานแห่งชาติเขาแหลม” พ.ศ. 2534
ครอบคลุมธารดลเขื่อนวชิราลงกรณอีกสนทีคีรีกานนภูมีที่รายรอบ
พร้อมบรรจุซึ่งขอบเขตต์ “อุทยานแ่หงชาติทองผาภูมิ” พ.ศ. 2552
คือคีรีชาลบูรพปราการกรรกรไศลผนวกอัสดคีรีปัศจิมมหาปราการ
ณ ที่บรรจบแห่งหลายหลากสิราอันมีกำเนิดมาใน “ป่าเขาช้างเผือก”
ผนวกซึ่งนานาแห่งศาขาล้วนยิ่งวิศุทธ์ด้วยธาราจาก “ป่าห้วยเขยง”
สมทบธารอันสุดเลิศนิรมล “ป่าเขาพระฤๅษีป่าเขาบ่อแร่ แปลงที่ 1”
อีกมงคัลยชล “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก”
“ลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำแควน้อยตอนบน” ผนวก “ลุ่มน้ำสาขาห้วยปิลอก”
ผนึกผสานซึ่งมวลเหล่าชลธีรวมรวบเข้าประชิดยังเขตต์กาณฑ์เขื่อน
ชลพันธ์อันอเนกประสงค์เป็น “เขื่อนหินถม” ที่แห่งแรกในแผ่นดินไทย
ให้น้ำอุปโภคบริโภคขับสมุทรธารามลชลยังชลประทานการเกษตร
นิรมิตวาปีอัครคุณประมงลดอุทกภัยหนุนคมนาคมนำการท่องเที่ยว
ผลิตวิทยุตพลังชลธาราเครื่องกำเนิดสามแสนกิโลวัตต์ป้อนสู่ชาติ
เดิมเรียก “เขื่อนเขาแหลม” ตามที่ตั้งคั้น “แควน้อย” ที่ท่าขนุนเหนือ
9 มกราคม 2529 ล้นเกล้าฯมิ่งขวัญประชา “พระภูมิพลมหาราช”
รัชกาลที่ 9 “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”
เสด็จประกอบพิธีเปิดแล้วได้โปรดเกล้าพระราชทานพระนามาภิไธย
อันองค์ไอศวร “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร”
คือปัจจุบันรัชกาลที่ 10 “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร” “พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย”
จึงเป็นเขื่อนในพระนามแห่งกษิติราชจอมราชันอันพระยศยิ่งเลิศฟ้า
.........เขื่อนวชิราลงกรณ.........

ส่วนแนวเขตต์ครามขจีนั้นล้วนปริศุทธ์งามทามทุ่งแห่งตฤณเกษตร
ซึ่งขนาบชลกอปรด้วยคีรีแลธารดลเขตต์แห่ง “ลุ่มน้ำสาขาห้วยปิลอก”
ปรีตินัยนาภูรินภัสวปุษยาอีกอัศจรรยสนทีคีรีกานนปูรีษสุลลิตวิสดร
ประจันไศลเศขรคีรีศฤงค์สถิตเมฆธาราลัยตระหง่านล้ำมวลหมู่ศีขร
คือ “เขาช้างเผือก” คู่มิ่งสถาวรด้วยคีรีทวารครามาธาน “บ้านอีต่อง”
กร่อนจากคำ “ณัตเอ่งต่อง” หมู่นิวาศอันนิวิษฏ์ยังเทวดาปรัสถาวัด
วณิควิถีปริกรชาวเหมืองซึ่งการยกรรมดำรงช่วง พ.ศ. 2483-2527
ด้วยแหล่งอันอุดมนานาพหุคีรีธาตุ ดีบุก ตะกั่ว วุลแฟรม-ทังสเตน
เกิดเหมืองอีต่อง เหมืองอีปู่ เหมืองผาแป เรียก “หมู่เหมืองปิล็อก”
ปัจจุบันสถิตสถานีแรกรับก๊าซธรรมชาติอันดามันสมุทรฝั่งแดนไทย
“แหล่งยาดานา-เยตากุน” ถึง “สถานีควบคุมก๊าซที่บีวีดับบลิว 01”
ทวารปักษกสู่ “เขตตะนาวศรี” หรือ “ภูมิภาคตะนิ้นตายีแห่งเมียนมา”
อีกมี “ฐานปฏิบัติการช้างศึก” อนันตทฤศยาอันที่สุดแห่งคีรีกรรณิกา
พร้อมมหันซึ่งไพศาลคคนางค์จรดสู่ฝั่ง “ทะเลอันดามัน” ที่เลื่องลั่น
สันนิษฐานคือยุทธมรรคา “ช่องเขาสูง” แห่ง “ศึกทวาย” พ.ศ.2330
พระปฐมบรมราชจักรีวงศ์ “รัชกาลที่ 1” ทรงยาตราหมายวรัชยาปุรี
“ปิล๊อก” คือคำมอญ “บีโกนล๊อก” นทีเปี่ยมปูรณ์ลูกอ๊อดอันอุดมสม
นามปรากฎตามที่ตั้ง “กองอาทมาต” ด้วยรามัญสีมามณฑลทั้ง 7
โปราณนานมาครีษมกาลมีกิจร่อนทองอยู่ “คลองปิล๊อก คลองพลู”
ยามพลรามัญปลดประจำการงานลาดตระเวนสีมันอันเอกปรการย์
แล้วนำส่งทูลเกล้าฯถวายเพื่อใช้ในราชกิจมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์
ปรากฏหมายสู่เจ้าเมืองกรมการเมืองตามจดหมายเหตุรัชกาลที่ 5
ในอดีตที่สีมาประเวศเหล่าประวาสชนหลากชาติพันธุ์น้อมมอบศิลา
สัตการปูชาพระแม่ธรณีทวิสถิราไทยและเมียนมาก่อเกิดมหาศิลากูล
อันนิรมาติ “พระเจดีย์ศรีปิล็อก” แล้วประจงจุพระบรมสารีริกธาตุ
"หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์" มอบให้เป็นสิริยิ่งมิ่งขวัญสู่หมู่ชนและขนิกร
ส่วนถิ่นที่ตั้งอยู่ในเขตต์ร้อนเปียกแห้งสลับเรียก “ทรอปิคัลสะวันนา”
เริ่มวฤตตจักรฤดูกาลกลางมีนาที่ครีษมกาลแล้งแห้งสุดแสนร้อน
ซ้ำรุนแรงสลับสุดวายุบทพยูหเดชผู้ร่ายเวทแผ่มหฤทธิมันตราปรก
สะกดขวัญมวลภูผาเหล่าพนาสณฑ์ล้วนสยบยอมสู่สลดพลจำนน
ฉายฉานซึ่งรัศมีสูรย์สาดสะพรั่งฉาบท้องทุ่งทามต้องสล้างเหลือง
หมู่พฤกษาต่างเพรียงพร้อมสลัดใบเหลือไว้แต่เพียงกิ่งก้านแห้ง
ลุล่วงเข้าสู่กลางพฤษภาวยูหทัพวริษาแห่งพรรษาฤดูมุ่งวิยาติผ่าน
พลันนภาอิ่มอารทรนิรมาติชลากรอากาศสลิลยังปรียติสู่ปฤถิวีดล
พราวม่านฝนพรูแผ่พรมคีรินทรไพรพนัสขจีเขียวสะพรั่งปริศุทธ์
มวลมหาเมฆาหมู่วาริธรคลายศีกรพัสตราห่มเศวตภูษาวนศิขิน
ทิพวิมลวารีธารบรรจุสถิตอฏวีคีรีธรพรั่งพร้อมเป็นผู้ให้ในช่วงแล้ง
สรรพชีวินในผืนป่าเริงรื่นคืนชีวิตบ้างเข้าสู่กาลจักรการเจริญพันธุ์
ครั้นถึงกลางตุลาหวนคืนอีกครารื่นระเริงสุดหรรษาแห่งฤดูเหมันต์
บางวารเกิดตระการคลื่นธูมรีมหาเมฆสมุทรสุดยักษาบ่าท่วมท้น
โถมถาอัสดคีรีปราการมหรรถสลิลธรห่มคีรีชาลจนทั่วจตุรศรก
บางทิวาทิพนภาก้องประกาศปริศุทธจิตรกรรมวิศาลอากาศวรรณ
ประจักษ์ “ฟ้า” นานาลีลานาฎวรรณหฤษฏหรรษาอันสุดพรรณนา
เพลินกายสนานสราญใจอิ่มอาบไอในสายลมอันสดใสแสนบริสุทธิ์
อรุโณทัยรุ่งมุ่งอภิรมย์ทุ่งศิศิรมณีมรรคาสู่พิภพจรดประจุปริวรรต
ครั้นสายเมื่อภาพปรากฏจึ่งกระจ่างในทรรศนียาอันตราตรึงจิตต์
บ่ายเพลินประกายวาริณระรินริ้วคลื่นดุจรชตวาวระยับวับจับตา
เย็นยลสนธยาชมหมู่นภัสอัปสรัสเริงลีลานาฏรงครัศมีแห่งอัสดง
แพรพลิ้วพรายประภาทีปาวลิไสวเรืองพราววาวไหมในพยับโพยม
แวววับวามวิจิตรศุภภัสสราแพรวอาภาพิศุทธ์เลิศล้ำรังสินาฏยา
ในค่ำคืนรุจิรดาราวลีลอยรุ่งเรืองสกลโรจน์ล่องท่องอากาศคงคา
ทิพราตรีมณีอาภาทอประกายวัชรระยิบระยับประดับปูรณนภสินธู
เลื่อมนักษัตรดารารายพราวกะพริบพรายพาเพลินใจให้ยิ่งเย็นจิตต์
ชมนิศาทรรศยาอันคืนทิพจันทราทรงรถด้วยเศวตอัศวปลั่งหิมรัศมี
โปรยปรายอณูทีปิกาสุกสกาวเปล่งสว่างไสวดั่งอดุลยอัครชวาลา
ยลศิขรวลีกอปรคลื่นกันทรฉายาภูมิประเทศในละอองศีตลศศิกลา
คืนวันเพ็ญอันบุษยาต้องมนตราประกายละอองธาราอาภากิรณวิธู
งามนัยนจันทริกาโศภนทรรศนียาอานันทามฤตปริสรทั่วทิกจักรวาล
เมื่อพร้อมจิตต์จึ่งบังเกิดสุขสุดยิ่งปรีติในวิเวกมุ่งแสวงโมกษธรรม
สุขล้ำยิ่งอิงแอบมวลหมู่แมกไม้อันขจีพรรณแห่งเขตต์อรัณยคราม
ศานตแวดล้อมล้วนภูผางามวนีพฤกษพรรณทิพย์สเทวศักวรี...ที่นี่
.........ทองผาภูมิตะวันตก.........

พึงพักผ่อนคลายไปกับอ้อมกอดของธรรมชาติอันสุดแสนยิ่งใหญ่
สุขสันโดษใจไปในความสงบที่เรียบง่ายแบบ “วนคราม-วนาศรม”
เอนอิงกายใจได้พักแล้วจิตต์จะคลี่คลายดุจกุมุทบงกชพ้นเหนือน้ำ
เพลากระแสสับสนอันหมองหม่นสุดหมุนวนด้วยวิถีชนในนคราใหญ่
เพียงได้สดับแว่วเซ็งแซ่ในโศรตรล้วนสรรพศรวณียแห่งสำเนียงไพร
บรรเลงกล่อมเห่ขับขานด้วยบทเพลงพนาคีตลีลาแสนเสนาะลำนำ
ด้วยพงพนัสนั้นเลิศล้ำลึกในอานุภาพที่สุดลี้ลับเกินมนัสอาจหยั่งรู้
เมื่อได้ประสบสัมผัสแม้นเพียงไม่นานจักฟื้นคืนซึ่งจิตต์อันสุขศานติ์
แล้วจึ่งได้กลับเปี่ยมเปรมปรีด์อันพร้อมด้วยชีวพลังอีกครั้ง ณ ที่นี่
.........ศานตวนคราม บ้านสวนทวีชัยผาภูมิ.........





แผ่นดินสุขสงบและงดงาม
ปราการภูผาตระหง่าน
ในท่ามกลางหมู่ทิวเขา
ที่ทอดยาวแห่งตะนาาวศรี
และแผ่นผืนน้ำอันกว้างไกล
ของเขื่อนในพระนาม
แห่งองค์เจ้าฟ้า
มหาวชิราลงกรณฯ

เพลินตากับทิศนียภาพ
อันไพศาลสุดเพลินใจ
สราญใจกับสายลมพัด
อันอ่อนใสและบริสุทธิ์
ปิติสุขในเหล่าพรรณ
พฤกษาอันเขียวขจี
ณ ที่นี่...
ทองผาภูมิตะวันตก

พักผ่อนคลายในอ้อมกอด
ของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
พักผ่อนใจในบรรยากาศ
ของที่พักอันอบอุ่น
เอนกายพักแล้วผ่อนคลาย
เพื่อจะฟื้นคืนพลังแห่งชีวิต
เยียวยาสู่ความสดชื่นอีกครั้ง
ณ ที่นี่...
บ้านสวนทวีชัยผาภูมิ






[กลับไปรายการคำถาม] [กลับไปด้านบนของหน้า]


 
บ้านสวนทวีชัยผาภูมิ บ้านเลขที่ 401/8 ทางหลวง 3272 หมู่ที่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี 71180
[1] กรุณาฝากข้อความไว้ที่กล่องข้อความ หรือ ช่องโพสต์ ของ Facebook ที่แสดงไว้ข้างล่าง บ้านสวนฯจะตอบกลับโดยเร็วที่สุด
https://www.facebook.com/BansuanThaveechaiphaphumBB | https://www.facebook.com/bansuan.thaveechaiphaphum
[2] สอบถามที่พัก 10:00-12:00 13:00-17:00 หยุด อ. พ. Th 089-5264135 | สอบถามข้อมูล 10:00-12:00 13:00-17:00  Th/En 085-2903056
[3] โทรศัพท์บ้าน 10:00-12:00 13:00-17:00 หยุด อ. พ. Th 034-598978  [4] E-mail ban_suan@hotmail.com  bstc_phaphum@yahoo.com
https://goo.gl/f1MPqr อัลบั้มภาพ โดย Bansuan Thaveechaiphaphum บน Google maps
Coordinates : 14°45'41.2"N 98°34'24.1"E | https://goo.gl/maps/4NjLsaCRXnD2
   https://www.facebook.com/bansuan.thaveechaiphaphum
   https://www.facebook.com/BansuanThaveechaiphaphumBB

bstcicon ติดต่อที่พัก ที่เบอร์ 089-5264135
bstcicon ขอขอบพระคุณในอุปการะคุณของแขกทุกท่าน

bstcicon Graph แสดงปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ
bstcicon โดย ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน Water.rid.go.th
bstcicon http://water.rid.go.th/flood/flood/res_table/05052008/p24.JPG


Photo Album by Bansuan Thaveechaiphaphum on Google maps | Goo.gl/f1MPqr